แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำรวจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำรวจ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ยายวัย 71 แจ้งความถูกหลานชายแท้ ๆ หลอกไปข่มขืน




            เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า นางนิด (นามสมมติ) วัย 71 ปี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าถูก นายโอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นหลานชายแท้ ๆ ลวงไปข่มขืน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมหลานชายได้ ทั้ง ๆ ที่มีคนเห็นว่าหลานชายขี่รถจักรยานยนต์ตามถนน

            โดย นางนิด ให้การทั้งน้ำตาว่า นายโอเป็นลูกของลูกสาวตน ซึ่งเป็นหลานชายแท้ ๆ ที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลา 00.15 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม 2557 ขณะที่ลูกหลานนอนหลับพักผ่อนกันอยู่ในบ้าน นายโอได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 125 สีดำ แต่จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ มาที่บ้านแล้วมาปลุกตนพร้อมบอกว่า แม่ถูกรถชนให้ไปดูหน่อย

            จากนั้นตนจึงได้ซ้อนรถนายโอออกไป ก่อนนายโอจะพาไปวนตามซอยต่าง ๆ จนมาถึงบริเวณป่าหญ้า ซึ่งมีความมืด ก่อนจอดรถแล้วใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง และบอกให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ จากนั้นได้ขี่รถพาตนมาส่งที่บ้านก่อนหลบหนีไป จากนั้นตนจึงได้บอกลูก ๆ และพากันมาแจ้งความ

            ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า เบื้องต้นได้ออกหมายจับนายโอ ผู้ต้องหาแล้ว ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยหลังจากได้รับแจ้งความ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกระจายกำลังตามหาตัว ซึ่งเชื่อว่าน่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่ หากผู้ใดได้เบาะแสคนร้ายแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ทันที

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

รวบโชเฟอร์รถเมล์ ซิ่งรถส่ายไปมา ตรวจเจอฉี่ม่วง


ตำรวจรวบโชเฟอร์รถเมล์ สาย 75 ขับขี่รถส่ายไปมาอย่างน่าหวาดเสียวที่สะพานกรุงเทพฯ ด้านโชเฟอร์รถเมล์ สาย 75 รับสารภาพ เพิ่งเสพยาบ้ามา 

          วันนี้ (19 พฤษภาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล ได้ทำการควบคุมตัว นายวัชระ มีพร้อม อายุ 23 ปี คนขับรถโดยสารประจำทาง สาย 75 หลังจากที่นายวัชระ มีพร้อม ถูกตำรวจจราจรเรียกดูใบขับขี่ เนื่องจากว่า ขณะที่นายวัชระ ขับรถโดยสารประจำทาง สาย 75 ลงมาจากสะพานกรุงเทพฯ ได้ขับรถส่ายไปมาคล้ายคนที่ไม่สามารถควบคุมรถได้ 

          จากการสอบถามในเบื้องต้น นายวัชระ ให้การรับสารภาพว่า ได้เสพยาบ้าก่อนที่จะมาขับรถจริง ประกอบกับเมื่อทำการตรวจปัสสาวะ ก็พบว่ามีสารเสพติด จึงได้นำตัวนายวัชระไปยัง สน.บุคคโล เพื่อดำเนินคดีต่อไป


อ่ายรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ชาวบ้านโมโหเด็กแว้นซิ่งกลางดึก ซัดลูกซองสั่งสอน


ชาวบ้านอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โมโหเด็กแว้นซิ่งกลางดึก ซัดลูกซองถล่มสั่งสอน เจ็บ 3 เผยเคยแจ้งตำรวจแล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเด็กแว้นมีวิทยุดักฟังเครือข่ายตำรวจ

            วันนี้ (13 พฤษภาคม 2557) เมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่ถนนมาลัยแมน สาย 321 สุพรรณบุรี-อู่ทอง หมู่ 4 ต.อู่ทอง จึงรุดไปตรวจสอบ
            ทั้งนี้ เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์สภาพใหม่และแต่งซิ่งหลายคันล้มระเนระนาดอยู่ริมถนน ใกล้กันนั้นพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 4 ปลอก ส่วนคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ทราบชื่อคือ นายอภิชาต สุขสมวงศ์ อายุ 29 ปี ถูกยิงที่น่องซ้าย, นายจิรพันธ์ อุดมญาติ อายุ 19 ปี ถูกยิงที่ข้อมือ และนายเต้ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ถูกยิงบริเวณกลางหลัง

            จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นแก๊งซิ่งจักรยานยนต์ นัดมาประลองความเร็วที่ถนนสายดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงดังหลายรอบ จนชาวบ้านที่ใกล้เคียงนอนไม่หลับและรำคาญทนไม่ไหว ใช้อาวุธปืนลูกซองยิ่งขู่ไล่เพื่อให้วัยรุ่นเลิก แต่กระสุนพลาดไปโดนจนได้รับบาดเจ็บ

            สำหรับบริเวณดังกล่าวนั้น มักมีวัยรุ่นมาแข่งจักรยานยนต์กันมากมาย จนชาวบ้านระอา และตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากแก๊งวัยรุ่นมีวิทยุสื่อสารดักฟังเครือข่ายของตำรวจ ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ ตำรวจจะสอบหามือยิงที่ก่อเหตุเพื่อมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก 


แนวคิด blogger

              จากข่าวที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่องจากปัญหาเด็กแว้นซิ่งรถ ซึ่งจากเรื่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าต่อไปนี้เราจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ไม่ต้องโยนความผิดให้ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้อีกต่อไป เพราะถ้ามัวแต่หาคนผิดคงจะไม่ได้แก้ไขแน่นอน ที่กล่าวแบบนี้เพราะทุกครั้งที่ปัญหาเกิด ก็จะโทษที่ผู้ปกครองไม่ใส่ใจบ้าง , ตำรวจละเลยบ้าง หรือโทษที่ความคึกคะนองของเด็กวัยรุ่นบ้าง ควรจะมีการพูดคุยเพื่อออกกฎระเบียบที่มันปฏิบัติได้จริง จนเด็กแว้นไม่กล้ามาทำความผิดอีก และหน่วยที่พยายามพูดถึงสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญนั้น ขอให้อยู่ในกรอบบ้างไม่ใช่อะไรก็ทำไม่ได้ กระทบสิทธิไปหมด ถ้าเป็นอย่างนั้นปัญหาคงจะแก้ไม่ได้ และก็จะเห็นประชาชนที่หมดความอดทนกับเรื่องนี้ ในจำนวนที่มากขึ้น และอาจจะเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ก็เป็นได้ พูดอย่างนี้ผมไม่ได้สนับสนุนให้คนอยู่เหนือกฎหมาย ไม่พอใจอะไรก็เอาปืนออกมายิง อย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง และเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่เพียงอยากให้แต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ไขอย่างจริงจัง ผลประโยชน์ที่ได้มันก็ไม่ได้ไปไหน ก็อยู่ที่เด็ก ๆ อยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ปัญหาอาชญากรรมลดลง แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอ.